Follow us

ดั๊บเบิ้ล เอ จับมือ สวนสุนันทา หนุนไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์แห่งอาเซียน (Hub of CLMV) ตั้งศูนย์การเรียนรู้ Double A Logistics Academy

"หนึ่งในแกนหลักของการแข่งขัน และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ คือ ระบบโลจิสติกส์ ประเทศที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงนั้น อาจไม่ใช่ประเทศที่มีความมั่งคั่ง ร่ำรวยทรัพยากรแต่อย่างใด แต่เป็นประเทศที่มีความเป็นผู้นำด้านระบบโลจิสติกส์”

คำบรรยายพิเศษ ของ นายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์ ในโอกาสเปิดศูนย์เรียนรู้ Double A Logistics Academy

 

นับเป็นปรากฏการณ์ความร่วมมือครั้งแรกของภาคเอกชนกับสถาบันการศึกษา ระหว่าง ดั๊บเบิ้ล เอ โดยนายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์ กรรมการผู้จัดใหญ่ บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน)  และ วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนของประเทศไทย พร้อมๆ กับการเร่งสร้างทรัพยากรบุคลากรด้านโลจิสติกส์ให้เติบโต  เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านการค้า และนำพาประเทศไทยก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางด้านระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแห่งอาเซียน (Hub of CLMV) โดยมีระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ ดังเช่นเมืองหลักสำคัญของโลก อาทิ นครร็อตเตอร์ดัม แห่งเนเธอร์แลนด์ นครนิวเจอร์ซี่  แห่งสหรัฐอเมริกา และนครเซี่ยงไฮ้ แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่พัฒนาระบบบริหารจัดการโลจิสติกส์อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

จึงเป็นที่มาของโครงการความร่วมมือด้านวิชาการในระบบโลจิสติกส์ และซัพพลายเชน  และการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ Double A Logistics Academy ขึ้น ณ วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ศูนย์การศึกษาจังหวัดนครปฐม  โดยศูนย์เรียนรู้นี้ จะประกอบไปด้วย ห้องปฎิบัติการคอมพิวเตอร์ ที่มีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พร้อมระบบเชื่อมต่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้ระบบซอฟต์แวร์การจัดการ  โลจิสติกส์และซัพพลายเชนทั้งระบบ และห้องปฏิบัติการโลจิสติกส์ ที่จำลองการจัดการคลังสินค้าตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง  รวมถึงห้องปฎิบัติการขายจริง (Point of Sales – POS) เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้แบบบูรณาการ และกระตุ้นให้นักศึกษาเกิดการเรียนรู้จากปฏิบัติการจริง รวมถึงเป็นศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติด้านโลจิสติกส์

ปัจจุบันภาครัฐกำหนดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอล ซึ่งยุทธศาสตร์ดังกล่าวนับเป็นการผลักดันการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ที่ผสานโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ด้านเทคโนโลยีทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ และเทคโนโลยีการสื่อสารยุคดิจิตอลอย่างเป็นรูปธรรม ยิ่งไปกว่านั้นประเทศไทยมีภูมิประเทศตั้งอยู่ตรงกลาง และรอบล้อมไปด้วยประเทศสมาชิกต่างๆ ในสมาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยเฉพาะประเทศในกลุ่ม CLMV ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ทำให้ไทยได้เปรียบจากการมีลักษณะพื้นที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมเป็น land link อีกทั้งยังมีขีดความสามารถในการพัฒนาประเทศรอบด้านมากกว่าประเทศในกลุ่ม CLMV จึงเอื้อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางระบบโลจิสติกส์  รวมถึงการเปิด AEC ส่งผลให้เกิดการจัดตั้งกลุ่มประเทศระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง(Greater Mekong Subregion Corridors ) ของ ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจีน เชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมยึดโยงเข้าหากัน เป็นอีกหนึ่งเส้นทาง land link ยุทธศาสตร์สำคัญของการจัดการและบริหารระบบโลจิสติกส์ได้เป็นอย่างดี

นายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์ กล่าวเสริมว่า การปฏิรูปโลจิสติกส์ยังสร้างโอกาสมหาศาลให้กับคนรุ่นใหม่เป็นรายบุคคล ที่จะพัฒนาธุรกิจใหม่ในฐานะ Start up ด้วยการนำนวัตกรรมมาพัฒนาระบบไอที ระบบแอพพลิเคชั่น   เพื่อสนับสนุนรองรับระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ซึ่งโอกาสได้เปิดกว้างขึ้นในการสร้างความมั่งคั่งของคนรุ่นใหม่ ตัวอย่างเช่น Uber Taxi แอพพลิเคชั่นที่เป็นบิสซิเนส โมเดลด้านโลจิสติกส์ ประเภทหนึ่งของ Start   up โดยจัดเป็นประเภท  Sharing Endures Resource ซึ่งเป็นการสนองความต้องการแก่ผู้บริโภคโดยนำนวัตกรรมเข้ามาเป็นเครื่องมือ เช่นเดียวกับ Uber ที่สนองความต้องการ (needs) ของผู้ใช้แท็กซี่ที่มีนวัตกรรมเข้ามาช่วย  ปัจจุบัน Uber ให้บริการใน 68 ประเทศ มากกว่า 400 เมือง มีคนขับในระบบ 1.2 ล้านคน และมีผู้ใช้บริการหลัก 10 ล้านคน โดยในประเทศไทยมีคนขับในเครือข่ายมากกว่า 35,000 คน

เช่นเดียวกันกับ Alibaba.com เว็บไซต์ขายส่งสัญชาติจีนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อีกทั้งเป็นศูนย์รวมโรงงานในประเทศจีน ซึ่งถือเป็นทางออกในการรองรับการค้าขายที่เหมาะสมที่สุด ช่องทางหนึ่ง และเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งสินค้าเหล่านั้นกระจายสู่ทั่วโลกในรูปแบบ  Business to Business หรือ B2B ดังนั้นยังมีอีกหลายบิซิเนส โมเดล ที่รอให้นักศึกษา หรือคนรุ่นใหม่เข้ามาค้นหาโอกาสและช่องทางในการสร้างธุรกิจใหม่ๆ และพัฒนาระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนให้เกิดขึ้นในวงการธุรกิจไทย "

รศ.ดร. ฤาเดช เกิดวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา กล่าวว่า   “มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มีนโนยบายมุ่งพัฒนาคน อันเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ควรส่งเสริมองค์ความรู้ให้เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง จึงได้เกิดเป็นความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษากับภาคธุรกิจเพื่อร่วมกันพัฒนาการเรียนการสอนที่มุ่งมั่นในการผลิตนักศึกษาให้สามารถรองรับกับความต้องการของภาคธุรกิจที่ต้อง เผชิญความท้าทายรอบด้าน และกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างเหมาะสม  ดังนั้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทางมหาวิทยาลัยเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และห้องปฏิบัติการขายที่มหาวิทยาลัย ได้รับมอบจากดั๊บเบิ้ล เอ จะเป็นเครื่องมือที่ติดอาวุธให้กับนักศึกษา สาขาโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ในการยกระดับการเรียนการสอนพัฒนาหลักสูตรจากการศึกษาผ่านประสบการณ์จริงจากบุคลากรและกระบวนการดำเนินงานจริงของดั๊บเบิ้ล เอ และผ่านการจำลองร้านค้า เครื่องเขียน และร้านถ่ายเอกสารของดั๊บเบิ้ล เอ ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ การบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง และเมื่อนักศึกษารุ่นนี้จบออกไปพวกเขาเหล่านี้จะกลายเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบโลจิสติกส์ยุคใหม่ให้ก้าวหน้าทันสมัยรองรับความท้าทายที่ต้องเผชิญต่อความเปลี่ยนแปลงรอบด้านในปัจจุบัน"

กิตติพงศ์ ธารปราบ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาการจัดการโลจิสติกส์ อายุ 20 ปี กล่าวว่า การจัดตั้ง Double A Logistics Academy เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ มีคุณค่า ที่ทำให้พวกเขาเห็นภาพการเรียนรู้ระบบการบริหารจัดการโลจิสติกส์จากประสบการณ์จริงอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้นักศึกษาอีกหลายคนมีความเห็นในทิศทางเดียวกันว่าพวกเขาและเธอมีแรงบันดาลใจในการก้าวเข้ามาเรียนสาขาวิชานี้จากการที่เป็นคนชอบการเดินทาง รักการเรียนรู้ที่ไม่หยุดนิ่ง และมีความเห็นว่า การเรียนสาขาวิชานี้จะทำให้บริหารจัดการสินค้าและผลิตภัณฑ์อย่างเป็นระบบ สร้างเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลมีศักยภาพมาตรฐานในระดับสากล การจัดการโลจิสติกส์ที่ดีสามารถเพิ่มคุณค่าให้กับบริการลูกค้า และมูลค่าทางการค้า แต่ปัจจุบันกิจกรรมโลจิสติกส์ยังมีต้นทุนสูง ธุรกิจในประเทศไทยโดยรวมมีการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมโลจิสติกส์ คิดเป็น 14.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือประมาณ 1,835 พันล้านบาท การบริหารจัดการโลจิสติกส์อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นกุญแจสำคัญของการสร้างความสำเร็จทางธุรกิจ และการพัฒนาเศรษฐกิจไทย จากผลการสำรวจของธนาคารโลก (World Bank) ประเทศไทยมีสมรรถนะการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ (Logistics Performance Index (LPI) ต่ำกว่าหลายๆ ประเทศในภูมิภาคนี้ โดยเมื่อปี 2557 ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 35 สิงคโปร์อยู่ในอันดับที่ 5 และมาเลเซียอยู่ในอันดับที่ 25 จากทั้งหมด 160 ประเทศ ในขณะที่การเปิดการค้าเสรีอาเซียนที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ AEC จะเป็นตัวเร่งให้เกิดการแข่งขันทางธุรกิจในระดับเวทีสากล จึงจำเป็นที่ประเทศไทยทุกภาคส่วน ต้องร่วมกันปรับตัว และทำให้ข้อได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ที่ไทยมีที่ตั้งอยู่ในศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ มาทำให้เกิดประโยชน์ในการผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแห่งอาเซียนสืบไป

 

ภาพประกอบสกู๊ป

ข่าวประชาสัมพันธ์

Double A ร่วมสนับสนุนงาน World Expo 2020 Dubai ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลสู่สายตาทั่วโลก

ดั๊บเบิ้ล เอ ร่วมกิจกรรม “Thailand Pavilion Launch & Networking Reception” ในฐานะผู้สนับสนุนการจัดอาคารแสดงประเทศไทย (Thailand Pavilion) งาน World Expo 2020 Dubai ซึ่งถือเป็น 1 ใน 3 มหกรรมงานระดับโลก ซึ่งมีขึ้นระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2564 -31 มีนาคม 2565 ณ เมืองดูไบ เพื่อมุ่งสร้างความเชื่อมั่น ส่งเสริม และสร้างโอกาสใหม่สำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลประเทศไทยผ่านการลงทุน การค้า สู่สายตาประชาคมโลก โดยมี นายวราวุธ ภู่อภิญญา (คนกลาง) เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้เกียรติเป็นประธานในกิจกรรม ณ โรงแรมดุสิตธานี ดูไบ เมื่อเร็ว ๆ นี้

ดั๊บเบิ้ล เอ เปิดตัว “กระดาษคราฟท์” พร้อมจำหน่าย รองรับตลาดอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์

ดั๊บเบิ้ล เอ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “กระดาษคราฟท์” เพื่ออุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ กำลังการผลิต 250,000 ตันต่อปี พร้อมทำการตลาดและจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตั้งเป้าสร้างรายได้ 3,000 ล้านบาทต่อปี นายชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ดั๊บเบิ้ล เอ เปิดเผยว่า ความต้องการกระดาษคราฟท์ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกมีประมาณ 164 ล้านตันต่อปี และยังคงมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเฉลี่ยประมาณปีละ 2.5 % โดยตลาดในแถบเอเชียแปซิฟิค ถือเป็นตลาดที่มีความต้องการบริโภคกระดาษคราฟท์มากที่สุดในโลก หรือเกือบครึ่งหนึ่งของโลก และเฉพาะตลาดในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิคที่ไม่รวมประเทศจีน ก็มีความต้องการมากถึง 30 ล้านตันต่อปี และมีอัตราการเติบโตสูงที่สุด คือ 4 % ต่อปี ทั้งนี้ ดั๊บเบิ้ล เอ ได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ตลาดกระดาษคราฟท์มาตั้งแต่ปี 2562 โดยมีการลงทุนสร้างโรงเยื่อ RECYCLE PULP (RCP) แห่งใหม่ขึ้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ด้วยงบลงทุน 1,000 ล้านบาท มีการเดินเครื่องจักรเรียบร้อยแล้ว และได้ปรับกระบวนการผลิตของโรงกระดาษที่ตั้งอยู่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงโรงกระดาษ 1 ที่จังหวัดปราจีนบุรี มาผลิตกระดาษคราฟท์ กำลังการผลิตอยู่ที่ 250,000 ตันต่อปี และมีผลิตภัณฑ์แรกที่พร้อมจำหน่ายแล้ว คือ กระดาษคราฟท์เพื่อทำลอนกล่องลูกฟูก CORRUGATED MEDIUM (CM) สำหรับการทำตลาดกระดาษคราฟท์นั้น ดั๊บเบิ้ล เอ วางแผนทำการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะเริ่มจากประเทศในแถบเอเชียก่อน โดยอาศัยข้อได้เปรียบจากการที่ดั๊บเบิ้ล เอ มีเครือข่ายการตลาดทั่วโลก นอกจากนี้ กำลังการผลิตส่วนหนึ่งจะถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับโรงงานกล่องกระดาษของดั๊บเบิ้ล เอ ด้วย เพื่อทดแทนการใช้วัตถุดิบจากภายนอก ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์ใหม่จะสามารถสร้างรายได้ให้กับดั๊บเบิ้ล เอ ได้ไม่น้อยกว่าปีละ 3,000 ล้านบาท และช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของดั๊บเบิ้ล เอ มากขึ้น เนื่องจากตลาดกระดาษเพื่อบรรจุภัณฑ์ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น ปัจจุบัน ดั๊บเบิ้ล เอ มีผลิตภัณฑ์หลัก คือ เยื่อกระดาษใยสั้น กระดาษพิมพ์เขียน กระดาษสำนักงาน และผลิตภัณฑ์เครื่องเขียนกลุ่มกระดาษ รวมทั้งผลิตภัณฑ์เครื่องเขียนกลุ่มทั่วไป ได้แก่ ปากกา ปากกาเน้นข้อความ ปากกาลบคำผิด เครื่องเย็บกระดาษ กระเป๋าผ้า ซึ่งมีการจำหน่ายในทุกช่องทาง รวมทั้งช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ delivery.doubleapaper.com ซึ่งบริการเดลิเวอรี่ส่งสินค้าให้ลูกค้าได้ทั่วประเทศ ทั้งนี้เพื่อรองรับกับความต้องการและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคทั้งกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และคนทำงานในยุค New Normal สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจรายละเอียดของผลิตภัณฑ์กระดาษคราฟท์ สามารถสอบถามและสั่งซื้อได้ที่โทร.085 835 3794 (สำหรับลูกค้าในประเทศ) และโทร.085 835 4098 (สำหรับลูกค้าต่างประเทศ)

ดั๊บเบิ้ล เอ สร้างปรากฏการณ์สุดเจ๋งใน MV วง OK GO ตอกย้ำกระดาษคุณภาพที่ผู้ใช้ทั่วโลกไว้วางใจ

ปรากฏการณ์ใหม่ระดับโลกเมื่อดั๊บเบิ้ล เอจับมือกับศิลปินวง OK GO วงดนตรีสุดครีเอท แนวอัลเทอร์เนทีฟร็อก จากสหรัฐอเมริกา ที่มีผลงานเพลงและมิวสิค วิดีโอที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางสร้างเซอร์ไพร์สให้กับแฟนเพลงทั่วโลกอีกครั้ง ในมิวสิควิดีโอเพลง Obsession ด้วยเทคนิค Paper Mapping เป็นครั้งแรกของโลก โชว์คุณภาพดั๊บเบิ้ล เอ ที่ส่งออกไปแล้วกว่า 130 ประเทศ โดยศิลปิน OK GO ได้สัมผัสถึงความเรียบลื่นและคุณสมบัติเด่นของกระดาษดั๊บเบิ้ล เอที่ สามารถพรินต์ออกมาโดยไร้อุปสรรคใดๆ จนเกิดแรงบันดาลใจ“OBSESSION for Smoothness” ในการนำมาสร้างสรรค์ฉากอลังการที่น่าตื่นตาตื่นใจในมิวสิควิดีโอชุดนี้ ซึ่งดั๊บเบิ้ล เอ เห็นถึงความเป็นสากลของดนตรีและความคิดสร้างสรรค์ของวง OK GO ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายรุ่นใหม่ๆ สื่อสารภาพลักษณ์ ที่เฟรชขึ้น สนุกขึ้น แต่ยังคงหนักแน่นในเรื่องคุณภาพสินค้าที่ทุกคนไว้วางใจ

ดั๊บเบิ้ล เอ ยกระดับเวทีเยาวชน กับโครงการ ASEAN - China - India Youth Leadership Summit 2025

นายชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ดั๊บเบิ้ล เอ ร่วมเปิดงานในฐานะองค์กรผู้สนับสนุนหลักของโครงการ "ASEAN - China - India Youth Leadership Summit 2025" เวทีสำคัญระดับภูมิภาคที่รวมพลังเยาวชนจากอาเซียน จีน และอินเดีย เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง เติมเต็มศักยภาพความเป็นผู้นำ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือแบบไร้พรมแดนของเยาวชนจากหลากหลายวัฒนธรรม อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของภูมิภาคเอเชียให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กรุงเทพฯ การสนับสนุนในครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของดั๊บเบิ้ล เอ ในการส่งเสริมอนาคตของเยาวชน ด้วยการเปิดเวทีโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ คือพลังขับเคลื่อนที่แท้จริงของการเปลี่ยนแปลง ซึ่งนอกจากบทบาทในฐานะผู้สนับสนุนหลักในรอบประเทศไทยแล้ว ดั๊บเบิ้ล เอ ยังได้ส่งมอบเครื่องเขียนคุณภาพแก่เยาวชนผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งในประเทศสิงคโปร์ บรูไน และมาเลเซีย เพื่อใช้ถ่ายทอดความคิดและจินตนาการให้ต่อยอดไปสู่การได้ลงมือทำจริง พร้อมเป็นก้าวสำคัญในการร่วมกันก้าวไปสู่อนาคตของโลกที่ยั่งยืน

ดั๊บเบิ้ล เอ โชว์ผลงานไตรมาส 2/2568 แข็งแกร่งต่อเนื่อง มั่นใจครึ่งปีหลังรุกตลาดเต็มกำลัง

ดั๊บเบิ้ล เอ เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2568 ด้วยรายได้รวม 5,238 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 413 ล้านบาท ใกล้เคียงกับผลประกอบการในไตรมาสแรก สะท้อนศักยภาพการทำกำไรอย่างต่อเนื่อง และความแข็งแกร่งของธุรกิจที่สามารถรับมือกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งจากสถานการณ์สงคราม มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และความผันผวนของค่าเงินบาท ความสำเร็จนี้มาจากกลยุทธ์การขยายตลาดที่มีทิศทางชัดเจน และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ ดั๊บเบิ้ล เอ มีความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน โดยเป็นผลจากจุดแข็งในฐานะ 'โรงงานแบบครบวงจร' (Integrated Mill) ซึ่งควบคุมการผลิตได้ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ส่งผลให้โรงงานมีต้นทุนการผลิตกระดาษ (Mill Cash Cost) ต่ำที่สุดในเอเชีย และติดอันดับ 2 ของโลกในไตรมาสแรกที่ผ่านมา ด้านการตลาด ดั๊บเบิ้ล เอ ยังคงรักษาฐานลูกค้าในตลาดสำคัญอย่างมั่นคง โดยเฉพาะตลาดเอเชียที่ความต้องการยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมรุกขยายตลาดอินเดียด้วยการเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ขณะเดียวกันตลาดในประเทศไทยได้เริ่มฟื้นตัวและเติบโตอย่างน่าพอใจ ส่วนตลาดออสเตรเลียก็ยังคงขยายตัวจากการเข้าซื้อแบรนด์ Reflex ขณะที่ตลาดสหรัฐฯ แม้อัตราภาษีนำเข้าจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 19% แต่บริษัทฯ มั่นใจว่าจะไม่มีผลกระทบ เนื่องจากคิดเป็นเพียง 4% ของยอดขายรวม และยังมีแผนกระจายความเสี่ยงด้วยการรุกตลาดใหม่ในแอฟริกา ตะวันออกกลาง และเอเชียใต้เพิ่มขึ้น สำหรับครึ่งปีหลัง ดั๊บเบิ้ล เอ เตรียมเดินหน้าขยายตลาดและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ ผ่านการสร้าง Brand Awareness ควบคู่กับการบริหารต้นทุนค่าขนส่งอย่างรัดกุม และเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนจากปัจจัยภายนอกอย่างรอบคอบ ที่สำคัญ บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นต่อพันธกิจด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน (ESG) โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อให้ทุกการเติบโตของธุรกิจเกิดขึ้นพร้อมกับการสร้างคุณค่าร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสังคมโดยรวมอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ดั๊บเบิ้ล เอ มอบอุปกรณ์กู้ชีพ เสริมศักยภาพให้ทีมอาสากู้ภัย

    ดั๊บเบิ้ล เอ เดินหน้าสานต่อพันธกิจเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดย นายชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ดั๊บเบิ้ล เอ เป็นตัวแทน มอบอุปกรณ์กู้ชีพและอุปกรณ์สนับสนุนการปฎิบัติงานให้แก่ ชมรมอาสาสมัครกู้ภัย 4 แห่ง ในอำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ประกอบด้วย ชุดทำแผล อุปกรณ์ดามหลังและคอ แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ กรวยจราจร และไฟส่องสว่าง ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และยังเพิ่มศักยภาพในความพร้อมการปฏิบัติงานด้านสาธารณประโยชน์อื่น ๆ ให้กับทีมอาสากู้ภัยเพื่อดูแลชุมชน

ดั๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านต้อนรับนักศึกษา วิทยาลัยเทคนิควังน้ำเขียว จ.สระแก้ว เข้าชมการผลิตกระดาษคุณภาพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ดั๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านต้อนรับคณาจารย์และนักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิควังน้ำเย็น จ.สระแก้ว เยี่ยมชมกระบวนการผลิตเยื่อและกระดาษคุณภาพ ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ณ โรงงานดั๊บเบิ้ล เอ จังหวัดปราจีนบุรี โดยผู้เข้าชมได้เข้าใจทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบจาก “ไม้ปลูก” ของเกษตรกรในชุมชน ที่ไม่เพียงสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกร แต่ยังช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ลดภาวะโลกร้อน ไปจนถึงการเรียนรู้โมเดล Circular Economy ที่ดั๊บเบิ้ล เอ นำมาใช้จัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืนในกระบวนการผลิต ซึ่งโรงงานนำวัสดุเหลือใช้ เช่น เปลือกไม้และน้ำยางไม้ มาใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลผลิตไฟฟ้าและไอน้ำที่ได้ยังนำไปใช้ในกระบวนการผลิตอีกด้วย รวมถึงระบบ Chemical Recovery เพื่อหมุนเวียนสารเคมีกลับมาใช้ใหม่ ลดการสูญเสียและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ถือเป็นต้นแบบอุตสาหกรรมที่ผสานคุณภาพและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

ดั๊บเบิ้ล เอ ส่งความห่วงใย มอบผลิตภัณฑ์ Double A Care ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

นายชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ดั๊บเบิ้ล เอ เป็นตัวแทนมอบผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย Double A Care ได้แก่ หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ น้ำยาทำความสะอาดพื้น ทิชชู และทิชชูเปียก ให้แก่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อนำไปช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยมี รองศาสตราจารย์ สุทธิมา ชำนาญเวช กรรมการและเหรัญญิก มูลนิธิฯ เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วยพี่ ๆ จิตอาสาที่มาร่วมบรรจุถุงยังชีพ ณ กองการบิน ศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบก บางเขน ความช่วยเหลือและส่งความห่วงใยในครั้งนี้ภายใต้ "โครงการ Double A ส่งใจ ส่งความห่วงใยเพื่อสังคม" ไม่เพียงแต่เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังเป็นการเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของดั๊บเบิ้ล เอ ในการเคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ และให้พื้นที่ประสบภัยสามารถกลับคืนสู่สภาวะปกติได้โดยเร็ว พร้อมร่วมเป็นหนึ่งพลังสำคัญในการสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ เพื่อสังคม

ดั๊บเบิ้ล เอ เคียงข้างคนไทย ส่งใจและความห่วงใยสู่พื้นที่ชายแดน

ในช่วงเหตุความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา สร้างความกังวลและผลกระทบต่อวิถีชีวิตของหลายครอบครัว ดั๊บเบิ้ล เอ เดินหน้าส่งต่อความห่วงใย ด้วยการมอบผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย Double A Care ได้แก่ ทิชชู ทิชชูเปียก และหน้ากากอนามัย ให้แก่ศูนย์พักพิงชั่วคราวใน 4 จังหวัด ได้แก่ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และบุรีรัมย์ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อช่วยดูแลด้านสุขอนามัยขั้นพื้นฐานและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ พร้อมตอกย้ำพันธกิจของดั๊บเบิ้ล เอ ในการ “อยู่เคียงข้างสังคมไทยในทุกสถานการณ์” ไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใด เชื่อว่าพลังเล็ก ๆ ที่มาจากความร่วมมือและความห่วงใย จะช่วยให้พี่น้องชาวไทยก้าวผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยกัน