Follow us

ดั๊บเบิ้ล เอ จับมือ สวนสุนันทา หนุนไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์แห่งอาเซียน (Hub of CLMV) ตั้งศูนย์การเรียนรู้ Double A Logistics Academy

"หนึ่งในแกนหลักของการแข่งขัน และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ คือ ระบบโลจิสติกส์ ประเทศที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงนั้น อาจไม่ใช่ประเทศที่มีความมั่งคั่ง ร่ำรวยทรัพยากรแต่อย่างใด แต่เป็นประเทศที่มีความเป็นผู้นำด้านระบบโลจิสติกส์”

คำบรรยายพิเศษ ของ นายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์ ในโอกาสเปิดศูนย์เรียนรู้ Double A Logistics Academy

 

นับเป็นปรากฏการณ์ความร่วมมือครั้งแรกของภาคเอกชนกับสถาบันการศึกษา ระหว่าง ดั๊บเบิ้ล เอ โดยนายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์ กรรมการผู้จัดใหญ่ บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน)  และ วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนของประเทศไทย พร้อมๆ กับการเร่งสร้างทรัพยากรบุคลากรด้านโลจิสติกส์ให้เติบโต  เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านการค้า และนำพาประเทศไทยก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางด้านระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแห่งอาเซียน (Hub of CLMV) โดยมีระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ ดังเช่นเมืองหลักสำคัญของโลก อาทิ นครร็อตเตอร์ดัม แห่งเนเธอร์แลนด์ นครนิวเจอร์ซี่  แห่งสหรัฐอเมริกา และนครเซี่ยงไฮ้ แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่พัฒนาระบบบริหารจัดการโลจิสติกส์อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

จึงเป็นที่มาของโครงการความร่วมมือด้านวิชาการในระบบโลจิสติกส์ และซัพพลายเชน  และการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ Double A Logistics Academy ขึ้น ณ วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ศูนย์การศึกษาจังหวัดนครปฐม  โดยศูนย์เรียนรู้นี้ จะประกอบไปด้วย ห้องปฎิบัติการคอมพิวเตอร์ ที่มีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พร้อมระบบเชื่อมต่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้ระบบซอฟต์แวร์การจัดการ  โลจิสติกส์และซัพพลายเชนทั้งระบบ และห้องปฏิบัติการโลจิสติกส์ ที่จำลองการจัดการคลังสินค้าตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง  รวมถึงห้องปฎิบัติการขายจริง (Point of Sales – POS) เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้แบบบูรณาการ และกระตุ้นให้นักศึกษาเกิดการเรียนรู้จากปฏิบัติการจริง รวมถึงเป็นศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติด้านโลจิสติกส์

ปัจจุบันภาครัฐกำหนดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอล ซึ่งยุทธศาสตร์ดังกล่าวนับเป็นการผลักดันการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ที่ผสานโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ด้านเทคโนโลยีทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ และเทคโนโลยีการสื่อสารยุคดิจิตอลอย่างเป็นรูปธรรม ยิ่งไปกว่านั้นประเทศไทยมีภูมิประเทศตั้งอยู่ตรงกลาง และรอบล้อมไปด้วยประเทศสมาชิกต่างๆ ในสมาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยเฉพาะประเทศในกลุ่ม CLMV ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ทำให้ไทยได้เปรียบจากการมีลักษณะพื้นที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมเป็น land link อีกทั้งยังมีขีดความสามารถในการพัฒนาประเทศรอบด้านมากกว่าประเทศในกลุ่ม CLMV จึงเอื้อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางระบบโลจิสติกส์  รวมถึงการเปิด AEC ส่งผลให้เกิดการจัดตั้งกลุ่มประเทศระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง(Greater Mekong Subregion Corridors ) ของ ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจีน เชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมยึดโยงเข้าหากัน เป็นอีกหนึ่งเส้นทาง land link ยุทธศาสตร์สำคัญของการจัดการและบริหารระบบโลจิสติกส์ได้เป็นอย่างดี

นายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์ กล่าวเสริมว่า การปฏิรูปโลจิสติกส์ยังสร้างโอกาสมหาศาลให้กับคนรุ่นใหม่เป็นรายบุคคล ที่จะพัฒนาธุรกิจใหม่ในฐานะ Start up ด้วยการนำนวัตกรรมมาพัฒนาระบบไอที ระบบแอพพลิเคชั่น   เพื่อสนับสนุนรองรับระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ซึ่งโอกาสได้เปิดกว้างขึ้นในการสร้างความมั่งคั่งของคนรุ่นใหม่ ตัวอย่างเช่น Uber Taxi แอพพลิเคชั่นที่เป็นบิสซิเนส โมเดลด้านโลจิสติกส์ ประเภทหนึ่งของ Start   up โดยจัดเป็นประเภท  Sharing Endures Resource ซึ่งเป็นการสนองความต้องการแก่ผู้บริโภคโดยนำนวัตกรรมเข้ามาเป็นเครื่องมือ เช่นเดียวกับ Uber ที่สนองความต้องการ (needs) ของผู้ใช้แท็กซี่ที่มีนวัตกรรมเข้ามาช่วย  ปัจจุบัน Uber ให้บริการใน 68 ประเทศ มากกว่า 400 เมือง มีคนขับในระบบ 1.2 ล้านคน และมีผู้ใช้บริการหลัก 10 ล้านคน โดยในประเทศไทยมีคนขับในเครือข่ายมากกว่า 35,000 คน

เช่นเดียวกันกับ Alibaba.com เว็บไซต์ขายส่งสัญชาติจีนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อีกทั้งเป็นศูนย์รวมโรงงานในประเทศจีน ซึ่งถือเป็นทางออกในการรองรับการค้าขายที่เหมาะสมที่สุด ช่องทางหนึ่ง และเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งสินค้าเหล่านั้นกระจายสู่ทั่วโลกในรูปแบบ  Business to Business หรือ B2B ดังนั้นยังมีอีกหลายบิซิเนส โมเดล ที่รอให้นักศึกษา หรือคนรุ่นใหม่เข้ามาค้นหาโอกาสและช่องทางในการสร้างธุรกิจใหม่ๆ และพัฒนาระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนให้เกิดขึ้นในวงการธุรกิจไทย "

รศ.ดร. ฤาเดช เกิดวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา กล่าวว่า   “มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มีนโนยบายมุ่งพัฒนาคน อันเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ควรส่งเสริมองค์ความรู้ให้เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง จึงได้เกิดเป็นความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษากับภาคธุรกิจเพื่อร่วมกันพัฒนาการเรียนการสอนที่มุ่งมั่นในการผลิตนักศึกษาให้สามารถรองรับกับความต้องการของภาคธุรกิจที่ต้อง เผชิญความท้าทายรอบด้าน และกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างเหมาะสม  ดังนั้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทางมหาวิทยาลัยเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และห้องปฏิบัติการขายที่มหาวิทยาลัย ได้รับมอบจากดั๊บเบิ้ล เอ จะเป็นเครื่องมือที่ติดอาวุธให้กับนักศึกษา สาขาโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ในการยกระดับการเรียนการสอนพัฒนาหลักสูตรจากการศึกษาผ่านประสบการณ์จริงจากบุคลากรและกระบวนการดำเนินงานจริงของดั๊บเบิ้ล เอ และผ่านการจำลองร้านค้า เครื่องเขียน และร้านถ่ายเอกสารของดั๊บเบิ้ล เอ ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ การบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง และเมื่อนักศึกษารุ่นนี้จบออกไปพวกเขาเหล่านี้จะกลายเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบโลจิสติกส์ยุคใหม่ให้ก้าวหน้าทันสมัยรองรับความท้าทายที่ต้องเผชิญต่อความเปลี่ยนแปลงรอบด้านในปัจจุบัน"

กิตติพงศ์ ธารปราบ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาการจัดการโลจิสติกส์ อายุ 20 ปี กล่าวว่า การจัดตั้ง Double A Logistics Academy เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ มีคุณค่า ที่ทำให้พวกเขาเห็นภาพการเรียนรู้ระบบการบริหารจัดการโลจิสติกส์จากประสบการณ์จริงอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้นักศึกษาอีกหลายคนมีความเห็นในทิศทางเดียวกันว่าพวกเขาและเธอมีแรงบันดาลใจในการก้าวเข้ามาเรียนสาขาวิชานี้จากการที่เป็นคนชอบการเดินทาง รักการเรียนรู้ที่ไม่หยุดนิ่ง และมีความเห็นว่า การเรียนสาขาวิชานี้จะทำให้บริหารจัดการสินค้าและผลิตภัณฑ์อย่างเป็นระบบ สร้างเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลมีศักยภาพมาตรฐานในระดับสากล การจัดการโลจิสติกส์ที่ดีสามารถเพิ่มคุณค่าให้กับบริการลูกค้า และมูลค่าทางการค้า แต่ปัจจุบันกิจกรรมโลจิสติกส์ยังมีต้นทุนสูง ธุรกิจในประเทศไทยโดยรวมมีการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมโลจิสติกส์ คิดเป็น 14.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือประมาณ 1,835 พันล้านบาท การบริหารจัดการโลจิสติกส์อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นกุญแจสำคัญของการสร้างความสำเร็จทางธุรกิจ และการพัฒนาเศรษฐกิจไทย จากผลการสำรวจของธนาคารโลก (World Bank) ประเทศไทยมีสมรรถนะการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ (Logistics Performance Index (LPI) ต่ำกว่าหลายๆ ประเทศในภูมิภาคนี้ โดยเมื่อปี 2557 ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 35 สิงคโปร์อยู่ในอันดับที่ 5 และมาเลเซียอยู่ในอันดับที่ 25 จากทั้งหมด 160 ประเทศ ในขณะที่การเปิดการค้าเสรีอาเซียนที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ AEC จะเป็นตัวเร่งให้เกิดการแข่งขันทางธุรกิจในระดับเวทีสากล จึงจำเป็นที่ประเทศไทยทุกภาคส่วน ต้องร่วมกันปรับตัว และทำให้ข้อได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ที่ไทยมีที่ตั้งอยู่ในศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ มาทำให้เกิดประโยชน์ในการผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแห่งอาเซียนสืบไป

 

ภาพประกอบสกู๊ป

ข่าวประชาสัมพันธ์

Double A ร่วมสนับสนุนงาน World Expo 2020 Dubai ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลสู่สายตาทั่วโลก

ดั๊บเบิ้ล เอ ร่วมกิจกรรม “Thailand Pavilion Launch & Networking Reception” ในฐานะผู้สนับสนุนการจัดอาคารแสดงประเทศไทย (Thailand Pavilion) งาน World Expo 2020 Dubai ซึ่งถือเป็น 1 ใน 3 มหกรรมงานระดับโลก ซึ่งมีขึ้นระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2564 -31 มีนาคม 2565 ณ เมืองดูไบ เพื่อมุ่งสร้างความเชื่อมั่น ส่งเสริม และสร้างโอกาสใหม่สำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลประเทศไทยผ่านการลงทุน การค้า สู่สายตาประชาคมโลก โดยมี นายวราวุธ ภู่อภิญญา (คนกลาง) เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้เกียรติเป็นประธานในกิจกรรม ณ โรงแรมดุสิตธานี ดูไบ เมื่อเร็ว ๆ นี้

ดั๊บเบิ้ล เอ เปิดตัว “กระดาษคราฟท์” พร้อมจำหน่าย รองรับตลาดอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์

ดั๊บเบิ้ล เอ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “กระดาษคราฟท์” เพื่ออุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ กำลังการผลิต 250,000 ตันต่อปี พร้อมทำการตลาดและจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตั้งเป้าสร้างรายได้ 3,000 ล้านบาทต่อปี นายชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ดั๊บเบิ้ล เอ เปิดเผยว่า ความต้องการกระดาษคราฟท์ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกมีประมาณ 164 ล้านตันต่อปี และยังคงมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเฉลี่ยประมาณปีละ 2.5 % โดยตลาดในแถบเอเชียแปซิฟิค ถือเป็นตลาดที่มีความต้องการบริโภคกระดาษคราฟท์มากที่สุดในโลก หรือเกือบครึ่งหนึ่งของโลก และเฉพาะตลาดในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิคที่ไม่รวมประเทศจีน ก็มีความต้องการมากถึง 30 ล้านตันต่อปี และมีอัตราการเติบโตสูงที่สุด คือ 4 % ต่อปี ทั้งนี้ ดั๊บเบิ้ล เอ ได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ตลาดกระดาษคราฟท์มาตั้งแต่ปี 2562 โดยมีการลงทุนสร้างโรงเยื่อ RECYCLE PULP (RCP) แห่งใหม่ขึ้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ด้วยงบลงทุน 1,000 ล้านบาท มีการเดินเครื่องจักรเรียบร้อยแล้ว และได้ปรับกระบวนการผลิตของโรงกระดาษที่ตั้งอยู่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงโรงกระดาษ 1 ที่จังหวัดปราจีนบุรี มาผลิตกระดาษคราฟท์ กำลังการผลิตอยู่ที่ 250,000 ตันต่อปี และมีผลิตภัณฑ์แรกที่พร้อมจำหน่ายแล้ว คือ กระดาษคราฟท์เพื่อทำลอนกล่องลูกฟูก CORRUGATED MEDIUM (CM) สำหรับการทำตลาดกระดาษคราฟท์นั้น ดั๊บเบิ้ล เอ วางแผนทำการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะเริ่มจากประเทศในแถบเอเชียก่อน โดยอาศัยข้อได้เปรียบจากการที่ดั๊บเบิ้ล เอ มีเครือข่ายการตลาดทั่วโลก นอกจากนี้ กำลังการผลิตส่วนหนึ่งจะถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับโรงงานกล่องกระดาษของดั๊บเบิ้ล เอ ด้วย เพื่อทดแทนการใช้วัตถุดิบจากภายนอก ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์ใหม่จะสามารถสร้างรายได้ให้กับดั๊บเบิ้ล เอ ได้ไม่น้อยกว่าปีละ 3,000 ล้านบาท และช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของดั๊บเบิ้ล เอ มากขึ้น เนื่องจากตลาดกระดาษเพื่อบรรจุภัณฑ์ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น ปัจจุบัน ดั๊บเบิ้ล เอ มีผลิตภัณฑ์หลัก คือ เยื่อกระดาษใยสั้น กระดาษพิมพ์เขียน กระดาษสำนักงาน และผลิตภัณฑ์เครื่องเขียนกลุ่มกระดาษ รวมทั้งผลิตภัณฑ์เครื่องเขียนกลุ่มทั่วไป ได้แก่ ปากกา ปากกาเน้นข้อความ ปากกาลบคำผิด เครื่องเย็บกระดาษ กระเป๋าผ้า ซึ่งมีการจำหน่ายในทุกช่องทาง รวมทั้งช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ delivery.doubleapaper.com ซึ่งบริการเดลิเวอรี่ส่งสินค้าให้ลูกค้าได้ทั่วประเทศ ทั้งนี้เพื่อรองรับกับความต้องการและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคทั้งกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และคนทำงานในยุค New Normal สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจรายละเอียดของผลิตภัณฑ์กระดาษคราฟท์ สามารถสอบถามและสั่งซื้อได้ที่โทร.085 835 3794 (สำหรับลูกค้าในประเทศ) และโทร.085 835 4098 (สำหรับลูกค้าต่างประเทศ)

ดั๊บเบิ้ล เอ สร้างปรากฏการณ์สุดเจ๋งใน MV วง OK GO ตอกย้ำกระดาษคุณภาพที่ผู้ใช้ทั่วโลกไว้วางใจ

ปรากฏการณ์ใหม่ระดับโลกเมื่อดั๊บเบิ้ล เอจับมือกับศิลปินวง OK GO วงดนตรีสุดครีเอท แนวอัลเทอร์เนทีฟร็อก จากสหรัฐอเมริกา ที่มีผลงานเพลงและมิวสิค วิดีโอที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางสร้างเซอร์ไพร์สให้กับแฟนเพลงทั่วโลกอีกครั้ง ในมิวสิควิดีโอเพลง Obsession ด้วยเทคนิค Paper Mapping เป็นครั้งแรกของโลก โชว์คุณภาพดั๊บเบิ้ล เอ ที่ส่งออกไปแล้วกว่า 130 ประเทศ โดยศิลปิน OK GO ได้สัมผัสถึงความเรียบลื่นและคุณสมบัติเด่นของกระดาษดั๊บเบิ้ล เอที่ สามารถพรินต์ออกมาโดยไร้อุปสรรคใดๆ จนเกิดแรงบันดาลใจ“OBSESSION for Smoothness” ในการนำมาสร้างสรรค์ฉากอลังการที่น่าตื่นตาตื่นใจในมิวสิควิดีโอชุดนี้ ซึ่งดั๊บเบิ้ล เอ เห็นถึงความเป็นสากลของดนตรีและความคิดสร้างสรรค์ของวง OK GO ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายรุ่นใหม่ๆ สื่อสารภาพลักษณ์ ที่เฟรชขึ้น สนุกขึ้น แต่ยังคงหนักแน่นในเรื่องคุณภาพสินค้าที่ทุกคนไว้วางใจ

"ดั๊บเบิ้ล เอ แต้มปันสุข ครั้งที่ 7" มอบสมุดเพื่อการศึกษา ให้น้อง ๆ ในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ

ดั๊บเบิ้ล เอ เดินหน้าสนับสนุนการศึกษา เพราะการศึกษาไม่ควรหยุดชะงักแม้ในยามวิกฤติ โดย นายชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ดั๊บเบิ้ล เอ เป็นตัวแทนมอบ "สมุดเพื่อการศึกษา" จำนวนกว่า 2,400 เล่ม ให้แก่น้อง ๆ ในโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมทางภาคเหนือ ภายใต้โครงการ “ดั๊บเบิ้ล เอ แต้มปันสุข ครั้งที่ 7” ที่เชิญชวนลูกค้ากระดาษดั๊บเบิ้ล เอ มาร่วมปันความสุขด้วยการนำแต้มสะสม Double A QR Rewards จากการสแกน QR Code ข้างกล่อง เปลี่ยนเป็นสมุดเพื่อการศึกษา จำนวน 1 เล่ม และดั๊บเบิ้ล เอ ร่วมสมทบเพิ่มให้อีก 1 เล่ม ผ่านมูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชนฯ นำไปส่งต่อยังน้อง ๆ ที่ขาดแคลนได้มีอุปกรณ์การเรียนที่สำคัญ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครอง โดยมี นายทวีโชค สุโภภาค ผู้จัดการแผนกระดมทุนผู้อุปการะรายใหญ่ ฝ่ายระดมทุนและสื่อสารองค์กร มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ.ฯ (ด้านขวามือ) เป็นผู้แทนรับมอบในครั้งนี้ สำหรับโครงการแต้มปันสุข ครั้งที่ 7 มีวัตถุประสงค์ที่อยากให้ลูกค้าดั๊บเบิ้ล เอ ได้มีส่วนร่วม ในการส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้กับน้อง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมทั้งให้กำลังใจเพื่อผ่านวิกฤติไปด้วยกัน “สมุดหนึ่งเล่มอาจเล็กน้อย แต่สำหรับเด็ก ๆ ที่กำลังเผชิญวิกฤติ มันคือเครื่องมือสำคัญต่อความรู้และความฝันต่อไปในอนาคต ผมขอขอบคุณพลังแห่งการแบ่งปันจากลูกค้าทุกท่าน ที่ร่วมเปลี่ยนแต้มเล็ก ๆให้เป็นรอยยิ้มและโอกาสครั้งใหญ่แก่น้อง ๆ” นายชาญวิทย์ กล่าว โครงการ “แต้มปันสุข” ไม่เพียงสะท้อนการดำเนินงานด้าน ESG ของดั๊บเบิ้ล เอ เท่านั้น แต่ยังตอกย้ำพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน สร้างสังคมการเรียนรู้ ขับเคลื่อนสังคมไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง

ดั๊บเบิ้ล เอ ผนึก โลตัส โกเฟรช ขยายจุดบริการ “Double A Fastprint” อีก 30 สาขาทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ยกระดับความสะดวกให้ชีวิตยุคดิจิทัล ดั๊บเบิ้ล เอ เดินหน้าขยายจุดบริการ “Double A Fastprint” อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจับมือ โลตัส โกเฟรช (Lotus’s Go Fresh) เพิ่มจุดให้บริการใหม่อีก 30 สาขาทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภายใต้สโลแกน “งานดี พรินต์ไว สั่งเองได้ทุกเวลา” เพื่อให้ลูกค้าสามารถสั่งพรินต์งานง่ายๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านแอปพลิเคชัน Double A Fastprint ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และงานพรินต์สีสวยคมชัด ด้วยกระดาษดั๊บเบิ้ล เอ 90 แกรม คุณภาพระดับพรีเมียมทุกแผ่น ทั้งแบบขาวดำและสี โดยคุณชาญวิทย์ จารุสมบัติ กรรมการบริษัทและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านการสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ดั๊บเบิ้ล เอ และคุณอรณัชชา จองบุญวัฒนา Senior Manager - Mall Leasing (Go Fresh) ร่วมเปิดจุดให้บริการใหม่อย่างเป็นทางการ ณ โลตัส โกเฟรช พัฒนาการ 32 ทั้งนี้ Double A Fastprint มีจุดให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ กว่า 1,500 จุด ทั้งในสถาบันการศึกษา, Chain Store, คอนโดมิเนียม/หอพัก, MRT และ Co-Working Space เป็นต้น พิเศษ! สำหรับผู้สมัครใช้งานแอปฯ Double A Fastprint ครั้งแรก รับเครดิตทดลองพรินต์ฟรี 10 บาททันที สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและจุดบริการเพิ่มเติมได้ทางแอปพลิเคชั่นและเว็บไซต์ www.doubleafastprint.com รายชื่อจุดให้บริการ Double A Fastprint ใน โลตัส โกเฟรช ทั้ง 10 สาขานำร่องที่เปิดแล้ววันนี้ ได้แก่ - Lotus's go fresh ช่างอากาศ อุทิศ ซอย 3 เขตดอนเมือง - Lotus's go fresh ตลาดสินทวี พระราม 2 เขตจอมทอง - Lotus's go fresh พัฒนาการ 32 เขตสวนหลวง - Lotus's go fresh เลียบคลองภาษีเจริญใต้ เขตหนองแขม - Lotus's go fresh ทาวน์อินทาวน์ เขตวังทองหลาง - Lotus's go fresh นิชาดาธานี อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี - Lotus's go fresh สรงประภา 30 เขตดอนเมือง - Lotus's go fresh เพชรเกษม 81 เขตหนองแขม - Lotus's go fresh ช็อป ซิลล่า เขตลาดกระบัง - Lotus's go fresh งามวงศ์วาน 43 เขตหลักสี่

ดั๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านต้อนรับบริษัทผู้เช่าอาคารสำนักงานจากโครงการ One Bangkok เยี่ยมชมโรงงานผลิตกระดาษรักษ์โลก พร้อมปลูกต้นกระดาษเพื่อทุนการศึกษา สานต่อแนวคิด “Better Paper Better World”

ดั๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านต้อนรับบริษัทผู้เช่าอาคารสำนักงานภายในอาคาร One Bangkok Tower 3 และ One Bangkok Tower 4 เข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตเยื่อและกระดาษคุณภาพพรีเมียม จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ที่มีการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “Better Paper Better World” มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยเลือกใช้วัตถุดิบจาก “ต้นกระดาษ” ซึ่งเป็นไม้ปลูก ไม่รบกวนไม้จากป่าธรรมชาติ ช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร พร้อมเพิ่มพื้นที่สีเขียว ช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ทั้งยังมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย เพื่อลดการใช้น้ำและพลังงาน ตลอดจนหมุนเวียนของเหลือจากกระบวนการผลิตกลับมาใช้ใหม่อย่างรู้คุณค่า ตามแนวทาง Circular Economy ที่ดั๊บเบิ้ล เอ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ทุกท่านที่เยี่ยมชมยังได้ร่วมกิจกรรม “ปลูกต้นกระดาษเพื่อทุนการศึกษา” ให้กับน้อง ๆ โรงเรียนบ้านท่าตูม จังหวัดปราจีนบุรี โดยต้นกล้าทุกต้นที่ปลูกในกิจกรรมจะเติบโตเป็นทุนการศึกษาต่อไปในอนาคต และที่พิเศษคือ ทาง One Bangkok ได้นำปุ๋ยหมักชีวภาพที่ผลิตจากเศษอาหารภายในโครงการ มามอบให้ใช้บำรุงต้นกล้ากระดาษในโครงการดังกล่าว เพื่อให้เติบโตและเป็นสัญลักษณ์ของการจัดการสิ่งเหลือใช้สู่การสร้างอนาคตที่ดีกว่า สอดคล้องกับที่ดั๊บเบิ้ล เอ ให้ความสำคัญเรื่อง "No Waste is Wasted" พร้อมกันนี้ ยังได้ร่วมมอบอุปกรณ์การเรียน และหน้ากากอนามัย Double A Care ใช้สำหรับป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวนให้กับน้อง ๆ เพื่อสุขอนามัยที่ดีอีกด้วย กิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นการผสานพลังความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและชุมชนในการสร้างคุณค่ากลับคืนสู่สังคมอย่างเป็นรูปธรรม

ดั๊บเบิ้ล เอ รวมพลังแห่งการให้ จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตครั้งที่ 114 

ดั๊บเบิ้ล เอ ตอกย้ำพลังแห่งการให้เพื่อสังคม จัดกิจกรรม “ดั๊บเบิ้ล เอ ร่วมใจบริจาคโลหิต ครั้งที่ 114” ร่วมกับโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดปราจีนบุรี โดยมีผู้บริหารและพนักงานร่วมบริจาคโลหิตรวมกว่า 40,000 ซีซี เพื่อเพิ่มปริมาณโลหิตสำรองให้เพียงพอต่อการช่วยเหลือผู้ป่วย รวมทั้งมีผู้ประสงค์ร่วมบริจาคดวงตา อวัยวะและร่างกายอีกด้วย นับเป็นส่วนหนึ่งของการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายวิธรัช รามัญ ปลัดจังหวัดปราจีนบุรี, นางรมิดา เรียงเงิน รามัญ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดปราจีนบุรี และ นางสาวจุฑามาศ บัวเผื่อน นายอำเภอศรีมหาโพธิ ร่วมตรวจเยี่ยมกิจกรรมและให้กำลังใจแก่ผู้บริจาคโลหิต ณ โรงแรมทวาราวดี จังหวัดปราจีนบุรี นอกจากการบริจาคโลหิตแล้ว ยังมีการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการ OTOP ได้นำผลิตภัณฑ์ชุมชนมาจำหน่ายภายในงาน สร้างสีสันและรายได้เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับคนในท้องถิ่น     พร้อมกันนี้ สำนักงานดั๊บเบิ้ล เอ สาขาฉะเชิงเทรา ยังได้ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตจากพนักงานและประชาชนในพื้นที่ โดยมีปริมาณโลหิตรวมกว่า 19,000 ซีซี     ดั๊บเบิ้ล เอ ยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมบริจาคโลหิตทุก 3 เดือนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลอดปีนี้ ได้ปริมาณโลหิตสะสมรวมกว่า 218,000 ซีซี มอบให้กับศูนย์บริจาคโลหิต สภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยและเป็นการสำรองโลหิตให้เพียงพอ ด้วยเจตนารมณ์ของดั๊บเบิ้ล เอ ที่มุ่งมั่น “สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีเพื่อสังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืน" ภายใต้แนวคิด "Better Paper Better World"

ดั๊บเบิ้ล เอ คว้า “ฉลากลดโลกร้อน” ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ 32 รายการ ตอกย้ำความมุ่งมั่นสู่ Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม

ดั๊บเบิ้ล เอ ได้รับการรับรอง “ฉลากลดโลกร้อน” (Carbon Footprint Reduction -CFR) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) สำหรับผลิตภัณฑ์กระดาษจำนวน 32 รายการ ในปี 2025 และในจำนวนนี้มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับฉลากลดโลกร้อนต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการประเมินผลลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องของการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมในการขับเคลื่อนสู่ Net Zero     นายชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ดั๊บเบิ้ล เอ กล่าวว่า “สำหรับดั๊บเบิ้ล เอ ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงเป้าหมาย แต่เป็นพันธกิจหลักที่เกิดจากเจตนารมณ์ขององค์กร เราพัฒนาทุกกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่องเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างแท้จริง การที่จำนวนผลิตภัณฑ์ได้รับฉลากลดโลกร้อน เพิ่มขึ้นเป็น 32 รายการในปีนี้ นับเป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันถึงความมุ่งมั่นและความก้าวหน้าในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของเรา” ความสำเร็จนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่สอดคล้องกับแนวทาง ESG และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วน พร้อมร่วมกันขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด "Better Paper, Better World" ที่เชื่อว่าทุกคนมีพลังในการดูแลโลกนี้ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ เครื่องหมายลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ หรือฉลากลดโลกร้อน คือ ฉลากที่แสดงว่าผลิตภัณฑ์ได้ผ่านการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งเป็นการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์

ดั๊บเบิ้ล เอ ร่วมตอกย้ำความสำคัญของการดูแลชีวิตและสิ่งแวดล้อม เนื่องในวันปฐมพยาบาลโลก 2568 

นายชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ดั๊บเบิ้ล เอ เป็นผู้แทนมอบผลิตภัณฑ์ Double A Care ทิชชูเปียกสูตรอ่อนโยน เพื่อร่วมสนับสนุนกิจกรรมเนื่องในวันปฐมพยาบาลโลก ประจำปี 2568 "First Aid and Climate Change" ภายใต้หัวข้อ รู้รอดปลอดภัย : ปฐมพยาบาลอย่างไรในภาวะโลกร้อน เป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน ในด้านการปฐมพยาบาลในสถานการณ์ที่อาจเกิดจากภาวะโลกร้อน และเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ ยังได้มอบ Double A Gift Set เป็นรางวัลให้ผู้เข้าประกวด “First Aid Climate Change Innovation” อีกด้วย โดยได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิริพร พุทธรังษี ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมปฐมพยาบาลและสุขภาพอนามัย สภากาชาดไทย (คนที่ 1 จากขวา) และนางอัญชนา สัจจวิโส หัวหน้ากลุ่มงานอบรมสุขภาพอนามัย (คนที่ 1 จากซ้าย) เป็นผู้แทนรับมอบในครั้งนี้ ณ ศูนย์ฝึกอบรมปฐมพยาบาลและสุขภาพอนามัย สภากาชาดไทย