Follow us

ดั๊บเบิ้ล เอ จับมือ สวนสุนันทา หนุนไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์แห่งอาเซียน (Hub of CLMV) ตั้งศูนย์การเรียนรู้ Double A Logistics Academy

"หนึ่งในแกนหลักของการแข่งขัน และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ คือ ระบบโลจิสติกส์ ประเทศที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงนั้น อาจไม่ใช่ประเทศที่มีความมั่งคั่ง ร่ำรวยทรัพยากรแต่อย่างใด แต่เป็นประเทศที่มีความเป็นผู้นำด้านระบบโลจิสติกส์”

คำบรรยายพิเศษ ของ นายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์ ในโอกาสเปิดศูนย์เรียนรู้ Double A Logistics Academy

 

นับเป็นปรากฏการณ์ความร่วมมือครั้งแรกของภาคเอกชนกับสถาบันการศึกษา ระหว่าง ดั๊บเบิ้ล เอ โดยนายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์ กรรมการผู้จัดใหญ่ บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน)  และ วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนของประเทศไทย พร้อมๆ กับการเร่งสร้างทรัพยากรบุคลากรด้านโลจิสติกส์ให้เติบโต  เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านการค้า และนำพาประเทศไทยก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางด้านระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแห่งอาเซียน (Hub of CLMV) โดยมีระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ ดังเช่นเมืองหลักสำคัญของโลก อาทิ นครร็อตเตอร์ดัม แห่งเนเธอร์แลนด์ นครนิวเจอร์ซี่  แห่งสหรัฐอเมริกา และนครเซี่ยงไฮ้ แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่พัฒนาระบบบริหารจัดการโลจิสติกส์อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

จึงเป็นที่มาของโครงการความร่วมมือด้านวิชาการในระบบโลจิสติกส์ และซัพพลายเชน  และการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ Double A Logistics Academy ขึ้น ณ วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ศูนย์การศึกษาจังหวัดนครปฐม  โดยศูนย์เรียนรู้นี้ จะประกอบไปด้วย ห้องปฎิบัติการคอมพิวเตอร์ ที่มีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พร้อมระบบเชื่อมต่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้ระบบซอฟต์แวร์การจัดการ  โลจิสติกส์และซัพพลายเชนทั้งระบบ และห้องปฏิบัติการโลจิสติกส์ ที่จำลองการจัดการคลังสินค้าตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง  รวมถึงห้องปฎิบัติการขายจริง (Point of Sales – POS) เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้แบบบูรณาการ และกระตุ้นให้นักศึกษาเกิดการเรียนรู้จากปฏิบัติการจริง รวมถึงเป็นศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติด้านโลจิสติกส์

ปัจจุบันภาครัฐกำหนดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอล ซึ่งยุทธศาสตร์ดังกล่าวนับเป็นการผลักดันการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ที่ผสานโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ด้านเทคโนโลยีทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ และเทคโนโลยีการสื่อสารยุคดิจิตอลอย่างเป็นรูปธรรม ยิ่งไปกว่านั้นประเทศไทยมีภูมิประเทศตั้งอยู่ตรงกลาง และรอบล้อมไปด้วยประเทศสมาชิกต่างๆ ในสมาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยเฉพาะประเทศในกลุ่ม CLMV ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ทำให้ไทยได้เปรียบจากการมีลักษณะพื้นที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมเป็น land link อีกทั้งยังมีขีดความสามารถในการพัฒนาประเทศรอบด้านมากกว่าประเทศในกลุ่ม CLMV จึงเอื้อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางระบบโลจิสติกส์  รวมถึงการเปิด AEC ส่งผลให้เกิดการจัดตั้งกลุ่มประเทศระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง(Greater Mekong Subregion Corridors ) ของ ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจีน เชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมยึดโยงเข้าหากัน เป็นอีกหนึ่งเส้นทาง land link ยุทธศาสตร์สำคัญของการจัดการและบริหารระบบโลจิสติกส์ได้เป็นอย่างดี

นายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์ กล่าวเสริมว่า การปฏิรูปโลจิสติกส์ยังสร้างโอกาสมหาศาลให้กับคนรุ่นใหม่เป็นรายบุคคล ที่จะพัฒนาธุรกิจใหม่ในฐานะ Start up ด้วยการนำนวัตกรรมมาพัฒนาระบบไอที ระบบแอพพลิเคชั่น   เพื่อสนับสนุนรองรับระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ซึ่งโอกาสได้เปิดกว้างขึ้นในการสร้างความมั่งคั่งของคนรุ่นใหม่ ตัวอย่างเช่น Uber Taxi แอพพลิเคชั่นที่เป็นบิสซิเนส โมเดลด้านโลจิสติกส์ ประเภทหนึ่งของ Start   up โดยจัดเป็นประเภท  Sharing Endures Resource ซึ่งเป็นการสนองความต้องการแก่ผู้บริโภคโดยนำนวัตกรรมเข้ามาเป็นเครื่องมือ เช่นเดียวกับ Uber ที่สนองความต้องการ (needs) ของผู้ใช้แท็กซี่ที่มีนวัตกรรมเข้ามาช่วย  ปัจจุบัน Uber ให้บริการใน 68 ประเทศ มากกว่า 400 เมือง มีคนขับในระบบ 1.2 ล้านคน และมีผู้ใช้บริการหลัก 10 ล้านคน โดยในประเทศไทยมีคนขับในเครือข่ายมากกว่า 35,000 คน

เช่นเดียวกันกับ Alibaba.com เว็บไซต์ขายส่งสัญชาติจีนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อีกทั้งเป็นศูนย์รวมโรงงานในประเทศจีน ซึ่งถือเป็นทางออกในการรองรับการค้าขายที่เหมาะสมที่สุด ช่องทางหนึ่ง และเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งสินค้าเหล่านั้นกระจายสู่ทั่วโลกในรูปแบบ  Business to Business หรือ B2B ดังนั้นยังมีอีกหลายบิซิเนส โมเดล ที่รอให้นักศึกษา หรือคนรุ่นใหม่เข้ามาค้นหาโอกาสและช่องทางในการสร้างธุรกิจใหม่ๆ และพัฒนาระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนให้เกิดขึ้นในวงการธุรกิจไทย "

รศ.ดร. ฤาเดช เกิดวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา กล่าวว่า   “มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มีนโนยบายมุ่งพัฒนาคน อันเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ควรส่งเสริมองค์ความรู้ให้เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง จึงได้เกิดเป็นความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษากับภาคธุรกิจเพื่อร่วมกันพัฒนาการเรียนการสอนที่มุ่งมั่นในการผลิตนักศึกษาให้สามารถรองรับกับความต้องการของภาคธุรกิจที่ต้อง เผชิญความท้าทายรอบด้าน และกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างเหมาะสม  ดังนั้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทางมหาวิทยาลัยเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และห้องปฏิบัติการขายที่มหาวิทยาลัย ได้รับมอบจากดั๊บเบิ้ล เอ จะเป็นเครื่องมือที่ติดอาวุธให้กับนักศึกษา สาขาโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ในการยกระดับการเรียนการสอนพัฒนาหลักสูตรจากการศึกษาผ่านประสบการณ์จริงจากบุคลากรและกระบวนการดำเนินงานจริงของดั๊บเบิ้ล เอ และผ่านการจำลองร้านค้า เครื่องเขียน และร้านถ่ายเอกสารของดั๊บเบิ้ล เอ ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ การบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง และเมื่อนักศึกษารุ่นนี้จบออกไปพวกเขาเหล่านี้จะกลายเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบโลจิสติกส์ยุคใหม่ให้ก้าวหน้าทันสมัยรองรับความท้าทายที่ต้องเผชิญต่อความเปลี่ยนแปลงรอบด้านในปัจจุบัน"

กิตติพงศ์ ธารปราบ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาการจัดการโลจิสติกส์ อายุ 20 ปี กล่าวว่า การจัดตั้ง Double A Logistics Academy เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ มีคุณค่า ที่ทำให้พวกเขาเห็นภาพการเรียนรู้ระบบการบริหารจัดการโลจิสติกส์จากประสบการณ์จริงอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้นักศึกษาอีกหลายคนมีความเห็นในทิศทางเดียวกันว่าพวกเขาและเธอมีแรงบันดาลใจในการก้าวเข้ามาเรียนสาขาวิชานี้จากการที่เป็นคนชอบการเดินทาง รักการเรียนรู้ที่ไม่หยุดนิ่ง และมีความเห็นว่า การเรียนสาขาวิชานี้จะทำให้บริหารจัดการสินค้าและผลิตภัณฑ์อย่างเป็นระบบ สร้างเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลมีศักยภาพมาตรฐานในระดับสากล การจัดการโลจิสติกส์ที่ดีสามารถเพิ่มคุณค่าให้กับบริการลูกค้า และมูลค่าทางการค้า แต่ปัจจุบันกิจกรรมโลจิสติกส์ยังมีต้นทุนสูง ธุรกิจในประเทศไทยโดยรวมมีการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมโลจิสติกส์ คิดเป็น 14.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือประมาณ 1,835 พันล้านบาท การบริหารจัดการโลจิสติกส์อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นกุญแจสำคัญของการสร้างความสำเร็จทางธุรกิจ และการพัฒนาเศรษฐกิจไทย จากผลการสำรวจของธนาคารโลก (World Bank) ประเทศไทยมีสมรรถนะการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ (Logistics Performance Index (LPI) ต่ำกว่าหลายๆ ประเทศในภูมิภาคนี้ โดยเมื่อปี 2557 ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 35 สิงคโปร์อยู่ในอันดับที่ 5 และมาเลเซียอยู่ในอันดับที่ 25 จากทั้งหมด 160 ประเทศ ในขณะที่การเปิดการค้าเสรีอาเซียนที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ AEC จะเป็นตัวเร่งให้เกิดการแข่งขันทางธุรกิจในระดับเวทีสากล จึงจำเป็นที่ประเทศไทยทุกภาคส่วน ต้องร่วมกันปรับตัว และทำให้ข้อได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ที่ไทยมีที่ตั้งอยู่ในศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ มาทำให้เกิดประโยชน์ในการผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแห่งอาเซียนสืบไป

 

ภาพประกอบสกู๊ป

ข่าวประชาสัมพันธ์

Double A ร่วมสนับสนุนงาน World Expo 2020 Dubai ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลสู่สายตาทั่วโลก

ดั๊บเบิ้ล เอ ร่วมกิจกรรม “Thailand Pavilion Launch & Networking Reception” ในฐานะผู้สนับสนุนการจัดอาคารแสดงประเทศไทย (Thailand Pavilion) งาน World Expo 2020 Dubai ซึ่งถือเป็น 1 ใน 3 มหกรรมงานระดับโลก ซึ่งมีขึ้นระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2564 -31 มีนาคม 2565 ณ เมืองดูไบ เพื่อมุ่งสร้างความเชื่อมั่น ส่งเสริม และสร้างโอกาสใหม่สำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลประเทศไทยผ่านการลงทุน การค้า สู่สายตาประชาคมโลก โดยมี นายวราวุธ ภู่อภิญญา (คนกลาง) เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้เกียรติเป็นประธานในกิจกรรม ณ โรงแรมดุสิตธานี ดูไบ เมื่อเร็ว ๆ นี้

ดั๊บเบิ้ล เอ เปิดตัว “กระดาษคราฟท์” พร้อมจำหน่าย รองรับตลาดอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์

ดั๊บเบิ้ล เอ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “กระดาษคราฟท์” เพื่ออุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ กำลังการผลิต 250,000 ตันต่อปี พร้อมทำการตลาดและจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตั้งเป้าสร้างรายได้ 3,000 ล้านบาทต่อปี นายชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ดั๊บเบิ้ล เอ เปิดเผยว่า ความต้องการกระดาษคราฟท์ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกมีประมาณ 164 ล้านตันต่อปี และยังคงมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเฉลี่ยประมาณปีละ 2.5 % โดยตลาดในแถบเอเชียแปซิฟิค ถือเป็นตลาดที่มีความต้องการบริโภคกระดาษคราฟท์มากที่สุดในโลก หรือเกือบครึ่งหนึ่งของโลก และเฉพาะตลาดในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิคที่ไม่รวมประเทศจีน ก็มีความต้องการมากถึง 30 ล้านตันต่อปี และมีอัตราการเติบโตสูงที่สุด คือ 4 % ต่อปี ทั้งนี้ ดั๊บเบิ้ล เอ ได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ตลาดกระดาษคราฟท์มาตั้งแต่ปี 2562 โดยมีการลงทุนสร้างโรงเยื่อ RECYCLE PULP (RCP) แห่งใหม่ขึ้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ด้วยงบลงทุน 1,000 ล้านบาท มีการเดินเครื่องจักรเรียบร้อยแล้ว และได้ปรับกระบวนการผลิตของโรงกระดาษที่ตั้งอยู่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงโรงกระดาษ 1 ที่จังหวัดปราจีนบุรี มาผลิตกระดาษคราฟท์ กำลังการผลิตอยู่ที่ 250,000 ตันต่อปี และมีผลิตภัณฑ์แรกที่พร้อมจำหน่ายแล้ว คือ กระดาษคราฟท์เพื่อทำลอนกล่องลูกฟูก CORRUGATED MEDIUM (CM) สำหรับการทำตลาดกระดาษคราฟท์นั้น ดั๊บเบิ้ล เอ วางแผนทำการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะเริ่มจากประเทศในแถบเอเชียก่อน โดยอาศัยข้อได้เปรียบจากการที่ดั๊บเบิ้ล เอ มีเครือข่ายการตลาดทั่วโลก นอกจากนี้ กำลังการผลิตส่วนหนึ่งจะถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับโรงงานกล่องกระดาษของดั๊บเบิ้ล เอ ด้วย เพื่อทดแทนการใช้วัตถุดิบจากภายนอก ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์ใหม่จะสามารถสร้างรายได้ให้กับดั๊บเบิ้ล เอ ได้ไม่น้อยกว่าปีละ 3,000 ล้านบาท และช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของดั๊บเบิ้ล เอ มากขึ้น เนื่องจากตลาดกระดาษเพื่อบรรจุภัณฑ์ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น ปัจจุบัน ดั๊บเบิ้ล เอ มีผลิตภัณฑ์หลัก คือ เยื่อกระดาษใยสั้น กระดาษพิมพ์เขียน กระดาษสำนักงาน และผลิตภัณฑ์เครื่องเขียนกลุ่มกระดาษ รวมทั้งผลิตภัณฑ์เครื่องเขียนกลุ่มทั่วไป ได้แก่ ปากกา ปากกาเน้นข้อความ ปากกาลบคำผิด เครื่องเย็บกระดาษ กระเป๋าผ้า ซึ่งมีการจำหน่ายในทุกช่องทาง รวมทั้งช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ delivery.doubleapaper.com ซึ่งบริการเดลิเวอรี่ส่งสินค้าให้ลูกค้าได้ทั่วประเทศ ทั้งนี้เพื่อรองรับกับความต้องการและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคทั้งกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และคนทำงานในยุค New Normal สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจรายละเอียดของผลิตภัณฑ์กระดาษคราฟท์ สามารถสอบถามและสั่งซื้อได้ที่โทร.085 835 3794 (สำหรับลูกค้าในประเทศ) และโทร.085 835 4098 (สำหรับลูกค้าต่างประเทศ)

ดั๊บเบิ้ล เอ สร้างปรากฏการณ์สุดเจ๋งใน MV วง OK GO ตอกย้ำกระดาษคุณภาพที่ผู้ใช้ทั่วโลกไว้วางใจ

ปรากฏการณ์ใหม่ระดับโลกเมื่อดั๊บเบิ้ล เอจับมือกับศิลปินวง OK GO วงดนตรีสุดครีเอท แนวอัลเทอร์เนทีฟร็อก จากสหรัฐอเมริกา ที่มีผลงานเพลงและมิวสิค วิดีโอที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางสร้างเซอร์ไพร์สให้กับแฟนเพลงทั่วโลกอีกครั้ง ในมิวสิควิดีโอเพลง Obsession ด้วยเทคนิค Paper Mapping เป็นครั้งแรกของโลก โชว์คุณภาพดั๊บเบิ้ล เอ ที่ส่งออกไปแล้วกว่า 130 ประเทศ โดยศิลปิน OK GO ได้สัมผัสถึงความเรียบลื่นและคุณสมบัติเด่นของกระดาษดั๊บเบิ้ล เอที่ สามารถพรินต์ออกมาโดยไร้อุปสรรคใดๆ จนเกิดแรงบันดาลใจ“OBSESSION for Smoothness” ในการนำมาสร้างสรรค์ฉากอลังการที่น่าตื่นตาตื่นใจในมิวสิควิดีโอชุดนี้ ซึ่งดั๊บเบิ้ล เอ เห็นถึงความเป็นสากลของดนตรีและความคิดสร้างสรรค์ของวง OK GO ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายรุ่นใหม่ๆ สื่อสารภาพลักษณ์ ที่เฟรชขึ้น สนุกขึ้น แต่ยังคงหนักแน่นในเรื่องคุณภาพสินค้าที่ทุกคนไว้วางใจ

น้องอิ่มท้อง พี่อิ่มใจกับกิจกรรม "ดั๊บเบิ้ล เอ เลี้ยงน้องวันเกิด ครั้งที่ 134"

ดั๊บเบิ้ล เอ จัดกิจกรรมเลี้ยงน้องวันเกิด ครั้งที่ 134 โดยมีพี่ๆดั๊บเบิ้ล เอ จิตอาสาร่วมเลี้ยงอาหารกลางวัน ผลไม้ และไอศกรีม ให้น้องๆ โรงเรียนบ้านมาบเหียง จังหวัดปราจีนบุรี ได้อิ่มอร่อยตามหลักโภชนาการ และยังมีกิจกรรมสันทนาการเสริมทักษะ สร้างความสนุกเพลิดเพลินอีกด้วย นอกจากนี้ดั๊บเบิ้ล เอ ยังได้มอบผลิตภัณฑ์เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคให้โรงเรียน อาทิ เครื่องพ่นสเปรย์แอลกอฮอล์อัตโนมัติ หน้ากากอนามัย พร้อมกับอุปกรณ์การเรียนการสอน นับเป็นกิจกรรมที่ดั๊บเบิ้ล เอ ดำเนินการมาต่อเนื่อง มุ่งเน้นความสำคัญของเยาวชน และสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน ตามแนวทาง ESG ขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ดั๊บเบิ้ล เอ มอบถุงใส่ยารักษ์โลกให้โรงพยาบาล

ดั๊บเบิ้ล เอ มอบถุงใส่ยาจากเปลือกห่อกระดาษในโครงการ "กระดาษแปลงร่าง ถุงยารักษ์โลก" ทดแทนการใช้ถุงพลาสติกใหม่ จำนวน 2,000 ใบ ให้กับโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดรับเปลือกห่อกระดาษดั๊บเบิ้ล เอ จากลูกค้า และส่งต่อให้ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาสในชุมชน พับเป็นถุงใส่ยาเพื่อเป็นรายได้เสริม พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยได้ดำเนินโครงการมาต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 จากการที่ดั๊บเบิ้ล เอ ให้ความสำคัญทางด้านสิ่งแวดล้อมตามแนวนโยบาย ESG ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน

ดั๊บเบิ้ล เอ มอบขวดพลาสติกในกิจกรรม “ขวดนี้...เพื่อพี่ไม้กวาด” ให้กับสำนักสิ่งแวดล้อม กทม.

นายชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ดั๊บเบิ้ล เอ เป็นตัวแทนมอบขวดน้ำพลาสติกใช้แล้ว จากกิจกรรม “ขวดนี้เพื่อพี่ไม้กวาด” ที่ดั๊บเบิ้ล เอ รณรงค์ให้พนักงานตระหนักถึงการแยกขยะ โดยเฉพาะขวดพลาสติกใส ที่สามารถนำมาอัพไซเคิล (upcycle) ให้เกิดประโยชน์ ผ่านโครงการมือวิเศษกรุงเทพ “แยกเพื่อให้...พี่ไม้กวาด” แปรรูปเป็นชุดสะท้อนแสงสำหรับบุคคลากรผู้ปฏิบัติงานด้านการรักษาความสะอาดของกรุงเทพฯ ซึ่งขวดพลาสติกใส (1.5 ลิตร) จำนวน 42 ขวด จะได้ชุดสะท้อนแสง 1 ชุด โดยมี นายอาฤทธิ์ ศรีทอง รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร และคณะผู้บริหารของสำนักสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมรับมอบ ณ จุดรับขยะแยกประเภท (Drop off Point) ศาลาว่าการกรุงเทพฯ ดินแดง

ดั๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านต้อนรับผู้นำชุมชนเยี่ยมชมโรงงาน

ดั๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านต้อนรับหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชนในพื้นที่ตำบลท่าตูม อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี นำโดย นายรัชกฤต พยัคฆ์ นายอำเภอศรีมหาโพธิ เข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิตเยื่อและกระดาษที่ใช้เทคโนโลยีชั้นนำ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ด้วยระบบบริหารจัดการตามมาตรฐานคุณภาพ ISO 9001 และการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ISO 14001 พร้อมทั้งเข้าใจแหล่งที่มาวัตถุดิบจากไม้ปลูกของเกษตรกร ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับท้องถิ่นโดยรอบ และยังมีส่วนช่วยลดโลกร้อน โดยต้นกระดาษ 1 ต้นจะดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 17.86 กิโลกรัม/ปี สำหรับการเยี่ยมชมครั้งนี้นับเป็นการเปิดโอกาสให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังการเกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สร้างความเข้าใจอันดีระหว่างชุมชนและสถานประกอบการในการพัฒนาอุตสาหกรรมให้อยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน สำหรับสถานศึกษาหรือองค์กรที่สนใจเข้าเยี่ยมชมเป็นหมู่คณะ ณ โรงงานดั๊บเบิ้ล เอ จ.ปราจีนบุรี สามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://openhouse.doubleapaper.com/

ดั๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านต้อนรับคณะผู้เข้าอบรมหลักสูตรของสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

ดั๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านต้อนรับคณะผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตร "ผู้อำนวยการระดับต้น" รุ่นที่ ๑๐ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม นำโดยนางสาวฉันทนา เจริญศักดิ์ รองเลขาธิการสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม เข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิตของดั๊บเบิ้ล เอ ที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน บนแนวทาง ESG ในด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และหลักธรรมาภิบาล รวมทั้งได้เข้าใจถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบจากต้นกระดาษของเกษตรกร ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้และยังมีส่วนช่วยลดโลกร้อน โดยต้นกระดาษ 1 ต้นจะดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 17.86 กิโลกรัม/ปี สำหรับสถานศึกษาหรือองค์กรที่สนใจเข้าเยี่ยมชมเป็นหมู่คณะ ณ โรงงานดั๊บเบิ้ล เอ จ.ปราจีนบุรี สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://openhouse.doubleapaper.com/

ดั๊บเบิ้ล เอ ปลูกป่าชายเลน ลดโลกร้อน

สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่อุณภูมิสูงขึ้นทุกปี ทำให้ปัจจุบันเริ่มปรากฎผลกระทบที่ชัดเจนมากขึ้น หลายประเทศต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวน รวมถึงประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่กำลังเผชิญกับปรากฎการณ์เอลนีโญ ทีมีปริมาณฝนน้อย แห้งแล้ง ส่งผลกระทบต่อสมดุลของธรรมชาติเป็นห่วงโซ่ในวงกว้าง ตลอดจนมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ดังนั้น เราควรต้องตระหนักถึงความสำคัญ และหันมาใส่ใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อมกันให้มากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบ หรือวิกฤตการณ์สภาพภูมิอากาศที่กำลังเกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต “ป่าชายเลน” ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญในระบบนิเวศ เป็นทั้งแหล่งอาหาร ที่พักอาศัยอนุบาลของสัตว์น้ำเล็ก ๆ และยังช่วยป้องกันการกัดเซาะพังทลายของชายฝั่งอีกด้วย นอกจากนี้ ป่าชายเลนยังมีส่วนช่วยในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าป่าอื่น ๆ เมื่อเปรียบเทียบในจำนวนพื้นที่ที่เท่ากัน ทั้งนี้ก็เพราะว่า ป่าชายเลนมีอัตราการสังเคราะห์แสงที่สูง ช่วยลดปริมาณการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์โดยจะกักเก็บเอาไว้ในรูปของเนื้อไม้ ด้วยตระหนักถึงปัญหาโลกร้อน และ​การร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยให้ไป​สู่สังคมคาร์บอนต่ำ ดั๊บเบิ้ล เอ ได้จัดกิจกรรม “ปลูกป่าชายเลน เพื่อโลก เพื่อเรา” ณ พื้นที่ชายฝั่งของตำบลสองคลอง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีพนักงานดั๊บเบิ้ล เอ จิตอาสา ร่วมปลูกป่าชายเลน เป็นกล้าต้นโกงกางกว่า 100 ต้น และเก็บขยะในบริเวณป่าชายเลนที่ถูกซัดมาจากแหล่งชุมชน ซึ่งในกิจกรรมยังได้รับเกียรติจาก นายสมภพ คงภิรมย์ชื่น ผู้อำนวยการกองช่าง องค์การบริหารส่วนตำบลสองคลอง เป็นวิทยากรให้ความรู้เรื่องประโยชน์ของป่าชายเลน และปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ สำหรับกิจกรรมปลูกป่าชายเลน ดั๊บเบิ้ล เอ ได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีพ.ศ.2554 เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา     ดั๊บเบิ้ล เอ ดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักความยั่งยืน ภายใต้แนวทาง ESG (Environmental, Social, Governance : ESG) พร้อมยังเข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (Thailand Carbon Neutral Network : TCNN) เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่แนวทางการลดคาร์บอน โดยดั๊บเบิ้ล เอ ยังได้รับการรับรองเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO (อบก.) ทั้งหมด 3 ผลิตภัณฑ์ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น กระดาษถ่ายเอกสารดั๊บเบิ้ล เอ ขนาด A4 80 แกรม, เยื่อแผ่นแห้ง (Dry Pulp) และ ผลิตภัณฑ์เยื่อกระดาษรีไซเคิล (RCP) ที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจหมุนเวียน (CE-CFP) ร่วมอีกด้วย       ทั้งนี้ ยังมีแผนในการดำเนินโครงการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) ในปี พ.ศ. 2566 รวมทั้งสิ้นอีก 12 ผลิตภัณฑ์ เพื่อร่วมแสดงเจตนารมณ์ในการสนับสนุนให้ประเทศไทยมุ่งไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) พร้อมร่วมสร้างการเติบโตในทุกมิติบนสังคมสีเขียวอย่างยั่งยืน